
เชื่อไหมว่าแค่เรื่อง ‘กระชอน’ กับ ‘ตะแกรงกรอง’ เนี่ย คนส่วนใหญ่ยังเข้าใจผิดกันอยู่เลย คิดว่ามันก็เหมือนกันนั่นแหละ อะไรก็ได้ขอให้กรองได้ แต่ในความเป็นจริงมันไม่ใช่แค่นั้น คุณภาพของอาหารที่ออกมามันต่างกันลิบลับ ถ้าเลือกผิด ใช้ผิดประเภท ชีวิตในครัวคุณจะวุ่นวายกว่าที่คิด แล้วจะเสียเวลา เสียอารมณ์ไปกับการแก้ปัญหาเล็ก ๆ น้อย ๆ ที่จริงๆ แล้วมันป้องกันได้ตั้งแต่แรก
ปัญหาที่พบบ่อยคือหลายคนมักเลือกใช้กระชอนที่มีตาห่างเกินไป คิดว่าจะช่วยกรองได้เร็วขึ้น แต่สุดท้ายก็มีเศษอาหารหลุดรอดลงไป ต้องมานั่งกรองซ้ำ หรือบางทีก็ใช้ตะแกรงกรองเนื้อละเอียดกับของเหลวหนืด ๆ จนน้ำไม่ยอมไหลผ่านสักที เสียเวลาไปเปล่า ๆ และบ่อยครั้งก็โทษว่าสูตรอาหารไม่ดี ไม่ได้คิดเลยว่าอุปกรณ์พื้นฐานพวกนี้แหละที่เป็นตัวแปรสำคัญที่ทำให้งานครัวของคุณพังไม่เป็นท่า
ความต่างเล็ก ๆ น้อย ๆ ระหว่างอุปกรณ์พวกนี้ส่งผลต่อผลลัพธ์ในครัวอย่างมหาศาล เพราะอุปกรณ์ทั้งสองประเภทนี้มีวัตถุประสงค์การใช้งานและลักษณะเฉพาะที่ต่างกันอย่างมีนัยยะ การเลือกใช้ กระชอน ตะแกรงกรอง ที่ถูกต้องกับงานแต่ละประเภทจึงเป็นสิ่งสำคัญที่คนทำอาหารควรให้ความสำคัญ
เข้าใจโลกของกระชอน: เมื่อความหยาบคือจุดแข็ง
กระชอนคืออุปกรณ์ที่ถูกออกแบบมาเพื่อแยกของแข็งออกจากของเหลวในระดับที่ไม่ต้องละเอียดมากนัก หรือเน้นการระบายน้ำอย่างรวดเร็ว โครงสร้างของกระชอนมักจะเป็นตาข่ายที่มีรูค่อนข้างกว้าง ทำจากวัสดุที่หลากหลาย ทั้งพลาสติก สเตนเลส หรืออะลูมิเนียม ซึ่งการเลือกใช้วัสดุก็มีผลต่อความทนทานและการใช้งานเช่นกัน
ประเภทของกระชอนและการใช้งานที่เหมาะสม
- กระชอนพลาสติก: มีน้ำหนักเบา ราคาถูก เหมาะสำหรับงานเบา ๆ เช่น ล้างผัก ผลไม้ หรือสะเด็ดน้ำพาสต้าที่ไม่ร้อนจัดนัก ข้อควรระวังคือไม่ควรใช้กับอาหารร้อนจัด เพราะพลาสติกอาจละลายหรือปล่อยสารเคมีออกมาปนเปื้อนได้
- กระชอนสเตนเลส: ทนทานต่อความร้อน ไม่เป็นสนิม ทำความสะอาดง่าย เป็นตัวเลือกที่ดีที่สุดสำหรับการใช้งานในครัวเรือนทั่วไป ไม่ว่าจะลวกเส้น ล้างข้าว หรือสะเด็ดน้ำมันจากของทอดก็เอาอยู่ มักจะมีโครงสร้างที่แข็งแรงและมีด้ามจับที่มั่นคง
- กระชอนอะลูมิเนียม: มีน้ำหนักเบาและนำความร้อนได้ดี แต่ไม่เหมาะกับอาหารที่มีความเป็นกรดสูง เพราะอาจเกิดปฏิกิริยาและทำให้อาหารมีรสชาติเปลี่ยนไป มักใช้ในงานที่ต้องการความเร็วในการระบายน้ำ เช่น การลวกผักจำนวนมาก
ข้อผิดพลาดที่คนมักทำคือนำกระชอนตาห่างไปกรองของที่ต้องการความละเอียดสูง เช่น น้ำซุปที่ต้องการความใสสะอาด ทำให้ต้องกรองซ้ำหลายรอบ หรือสุดท้ายก็ยอมให้มีเศษปนเปื้อน ซึ่งส่งผลต่อคุณภาพของอาหารที่ออกมาอย่างเห็นได้ชัด การเลือกใช้กระชอนให้ถูกประเภทคือการลดขั้นตอนการทำงานและเพิ่มประสิทธิภาพในครัว
ตะแกรงกรอง: ความละเอียดที่แตกต่างอย่างมืออาชีพ
ในทางกลับกัน ตะแกรงกรองถูกออกแบบมาเพื่อการแยกของแข็งออกจากของเหลวในระดับที่ละเอียดกว่ามาก บางครั้งก็ใช้แยกของแข็งขนาดเล็กออกจากของแข็งด้วยกันเอง ตาข่ายของตะแกรงกรองจะถักทออย่างประณีต มีรูที่เล็กมาก ทำให้สามารถกรองอนุภาคขนาดเล็กได้อย่างมีประสิทธิภาพ นี่คือจุดที่ทำให้มันเหนือกว่ากระชอนทั่วไป
ตะแกรงกรองแต่ละแบบ ใช้กับงานเฉพาะทาง
- ตะแกรงกรองละเอียด (Fine Mesh Sieve): เป็นชนิดที่พบมากที่สุด มีตาข่ายละเอียดมาก เหมาะสำหรับการกรองแป้ง ผงโกโก้ เพื่อไม่ให้จับตัวเป็นก้อน หรือกรองน้ำซุป น้ำสต็อก ให้ใสสะอาดไร้สิ่งเจือปน รวมถึงการร่อนส่วนผสมแห้งต่าง ๆ เพื่อให้เนื้อเนียนละเอียดสม่ำเสมอ เป็นหัวใจสำคัญในการทำเบเกอรี่หรืออาหารที่ต้องการความประณีตสูง
- ตะแกรงกรองแบบกรวย (Conical Strainer/Chinois): มีรูปทรงกรวยแหลม ช่วยให้ของเหลวไหลผ่านได้ดีขึ้น เหมาะสำหรับการกรองซอส ซุป หรือครีมที่มีความหนืดเล็กน้อย มักใช้ในครัวมืออาชีพเพื่อสร้างความเนียนละเอียดให้กับซอส
- ตะแกรงกรองสำหรับชา/กาแฟ: มีตาข่ายที่ละเอียดเป็นพิเศษ ออกแบบมาเพื่อกรองใบชา หรือผงกาแฟไม่ให้ปนกับน้ำดื่ม ช่วยให้ได้รสชาติที่บริสุทธิ์และไม่มีตะกอน
- ตะแกรงกรองตาห่าง (Coarse Mesh Sieve): แม้จะเรียกว่าตะแกรงกรอง แต่ชนิดนี้มีตาห่างกว่าตะแกรงกรองละเอียดทั่วไปเล็กน้อย เหมาะสำหรับการกรองวัตถุดิบที่ต้องการแยกกากออก แต่ยังคงส่วนเนื้อสัมผัสบางส่วนไว้ เช่น การกรองน้ำผลไม้แยกกาก หรือกรองซอสที่ต้องการเนื้อสัมผัสหยาบขึ้นมาหน่อย
การใช้ตะแกรงกรองผิดประเภทก็สร้างปัญหาไม่แพ้กัน เช่น การใช้ตะแกรงกรองละเอียดกับของเหลวหนืดมาก ๆ จะทำให้ของเหลวนั้นไม่ไหลผ่าน หรือไหลผ่านช้ามากจนเสียเวลาและแรงงานไปโดยเปล่าประโยชน์ การเลือกความละเอียดของตะแกรงกรองให้เข้ากับชนิดของเหลวและความละเอียดที่ต้องการเป็นสิ่งสำคัญที่ไม่ควรมองข้าม
กฎเหล็กในการเลือกใช้: คำตอบของทุกปัญหา
เมื่อรู้ถึงความแตกต่างและประเภทต่าง ๆ แล้ว การตัดสินใจเลือกใช้ก็ไม่ใช่เรื่องยากอีกต่อไป หลักการง่าย ๆ ที่คุณต้องจำไว้คือ พิจารณาจาก ‘ความละเอียด’ ของสิ่งที่คุณต้องการจะแยก
- ถ้าต้องการแยกกากหยาบ หรือสะเด็ดน้ำเร็ว ๆ: ใช้ กระชอน ที่มีตาห่างพอประมาณ เช่น การล้างข้าว ลวกเส้นพาสต้า สะเด็ดน้ำผัก
- ถ้าต้องการความละเอียดสูง หรือกรองของเหลวให้ใส: ใช้ ตะแกรงกรอง ชนิดละเอียด เช่น กรองแป้ง กรองน้ำซุป กรองชา/กาแฟ
นอกจากนี้ยังต้องคำนึงถึงวัสดุที่ใช้ทำกระชอนหรือตะแกรงกรองด้วย เพื่อให้เหมาะกับอุณหภูมิและชนิดของอาหารที่คุณกำลังจะใช้ หากต้องกรองของร้อนหรือมีฤทธิ์เป็นกรด ควรเลือกสเตนเลสเป็นหลัก เพราะทนทานและปลอดภัยกว่าพลาสติกหรืออะลูมิเนียม
ข้อควรระวังในการดูแลรักษา
อุปกรณ์เหล่านี้จะใช้งานได้นานแค่ไหนก็ขึ้นอยู่กับการดูแลรักษา การล้างทำความสะอาดทันทีหลังใช้งานเป็นสิ่งสำคัญ เพราะจะช่วยป้องกันเศษอาหารแห้งติด ซึ่งทำให้ทำความสะอาดได้ยากขึ้น และอาจเป็นแหล่งสะสมของเชื้อโรคได้ การใช้แปรงเล็ก ๆ หรือน้ำร้อนฉีดล้างช่วยให้สิ่งสกปรกหลุดออกได้ง่ายขึ้น และอย่าลืมผึ่งให้แห้งสนิทก่อนเก็บ เพื่อป้องกันการเกิดสนิมหรือเชื้อรา
สุดท้ายนี้ การทำอาหารให้อร่อยและได้คุณภาพ ไม่ได้มีแค่เรื่องสูตรหรือฝีมือ แต่ยังรวมไปถึงความเข้าใจในอุปกรณ์พื้นฐานเหล่านี้ด้วย ลองกลับไปสำรวจครัวของคุณดูสิว่าคุณกำลังใช้กระชอนกับตะแกรงกรองได้ถูกประเภทอยู่หรือเปล่า แล้วคุณจะพบว่าการเปลี่ยนแปลงเล็ก ๆ น้อย ๆ นี้ จะสร้างความแตกต่างที่ยิ่งใหญ่ให้กับผลลัพธ์ในครัวของคุณได้จริงๆ






















